เครื่องมือคิด
ยอดขาย ต้นทุน และสต็อก
คือเครื่องเดียวกัน
เจ้าของร้านส่วนใหญ่ได้คำแนะนำมาเป็นข้อ ๆ แยกกัน จริง ๆ มันไม่ใช่หลายเรื่อง มันคือสมการเดียวที่มีโรงงานต่อท้ายอยู่ ลองเลื่อนตัวเลขแล้วดูว่ากำไร เงินสด และรอบสั่งของ ขยับพร้อมกันยังไง
สิ่งที่โรงงานยื่นมาให้
ตั้งเป็น 0 ถ้าทำเองส่งเอง ไม่ต้องรอโรงงาน
รวมกล่อง ฉลาก ค่าส่งเข้าคลัง
ราคาที่เราตั้งเอง
ตัวนี้แหละที่ตัดสินว่าล็อตหนึ่งหมดเมื่อไหร่
หาลูกค้าใหม่
ค่ายิงแอด ค่าจ้างรีวิว ค่าคอนเทนต์ — รวมทุกบาทที่จ่ายเพื่อให้คนรู้จัก
รักษาลูกค้าที่มีอยู่
ของหนึ่งชิ้นใช้หมดกี่วัน นั่นแหละคือรอบซื้อซ้ำ
บิลเกิดขึ้นที่ไหน
ไม่โดนหักค่าธรรมเนียม และได้เบอร์ลูกค้าไว้ตามต่อ
สามแผง เริ่มจากข้อจำกัดที่เราเลือกไม่ได้ ปรับตรงไหนก็ได้ กราฟข้างล่างอ่านใหม่ทั้งหมด
เดือนที่ 12 — เมื่อเครื่องเดินเต็มที่แล้ว
ตัวเลขนิ่งหลังสะสมฐานลูกค้าเก่าได้ 1 ปี · ใส่เป้าที่อยากได้ แล้วโมเดลจะถอยกลับไปหาว่าต้องปรับตัวไหน
เงิน 1 บิล ไปไหนบ้าง
นาฬิกาโรงงาน — ล็อตต่อล็อตแบบไร้รอยต่อ
กรวยเดือนที่ 12
คนหายไปตรงไหนมากที่สุด
ยอดขาย 12 เดือน แยกว่ามาจากใคร
ดูเป็นตาราง
เงินสดในกระเป๋า 12 เดือน
เริ่มจากจ่ายค่าล็อตแรกก่อน แล้วค่อย ๆ ได้คืนจากกำไร
ถ้าขยับได้แค่อย่างเดียว ควรขยับอันไหน
กำไรที่เพิ่มขึ้นต่อเดือน จากค่าปัจจุบันของคุณ
หลัก 5 ข้อ ที่เครื่องนี้ทำให้เห็น
แบบจำลองอย่างง่าย ตั้งใจให้เห็นทิศทางและลำดับความสำคัญ ไม่ใช่พยากรณ์ยอดขาย ฐานลูกค้าคำนวณแบบ cohort: แต่ละรอบมีลูกค้ากลับมาตามอัตราซื้อซ้ำ ที่เหลือถือว่าหลุดไป ตัวเลขทั้งหมดเป็นเงินบาท
นี่คือชั่วโมงแรกของงานจริง
เราสร้างระบบที่ทำให้ตัวเลขพวกนี้เกิดขึ้นจริง — POS สต็อก หน้าร้าน และรายงานที่บอกว่าปุ่มไหนขยับแล้วได้ผล ตีกรอบงานตามจริง แล้วอยู่ดูแลต่อเป็นปี